ไก่ชน เลี้ยงประกวดสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมที่มั่งคั่ง

ในงานแสดงสินค้าเกษตรหลายงาน จะเห็นว่ามีจัดประกวดไก่ชนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเกษตรกรไทยให้ก้าวหน้า มั่งคั่งอย่างยั่งยืน สะท้อนแนวคิดที่ว่ากีฬาไก่ชนเป็นเรื่องที่ส่งเสริมครอบคลุมทั้งด้านการสืบทอดประเพณีกิจกรรมของชาวไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ตลอดจนการส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงไก่ให้เพาะพันธุ์ไก่ชนออกมาขาย เนื่องจากมีตลาดรองรับและขายได้ราคาแพง ทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมก็ได้ ในปีนี้มีทั้งงานประกวดไก่ชนนเรศวร จัดขึ้นที่คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งการประกวดไก่ตั้งไก่ต่อ ไก่ชนนเรศวรสืบทอดเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนำไก่ไปชนกับไก่พม่า ไก่สายพันธุ์เหลืองหางขาวของจังหวัดพิษณุโลกจึงได้รับการอนุรักษ์ไว้ภายใต้การดูแลของชมรมอนุรักษ์ไก่ชนนเรศวร ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง พิษณุโลก

หากสนใจนำไปเพาะเลี้ยงเป็นไก่ชน ต้องสังเกตถึงจุดเด่นของไก่สายพันธุ์นี้ มีลักษณะพิเศษ เพศผู้มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัมขึ้นไป เพศเมียน้ำหนัก 2 กิโลกรัมขึ้นไป ลักษณะเด่นของเพศผู้จะมีสีขาวแซม 5 แห่ง คือ หัว , หัวปีกทั้งสองข้างและข้อขาทั้งสองข้าง เรียกสีแซมเหล่านี้ว่า “พระเจ้าห้าพระองค์” ถ้ามีครบจะเป็นไก่ดีระดับพระยาไก่ จะเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามก็ขายได้ราคาดี หรือฝึกซ้อมไว้เป็น ไก่ชน จะได้ไก่เก่งไม่เป็นรองใคร เพราะมีเกล็ดพิฆาตสำหรับโจมตีรุนแรง เช่น เสือซ่อนเล็บ , เหน็บใน , ไชบาดาล , ผลาญศัตรู ตามลักษณะดีของเกล็ดไก่ชนตัวเก่ง ส่วนลักษณะของเพศเมียสายพันธุ์เหลืองหางขาว ขนพื้นตัวมีสีดำและสีแซมขาว 5 ตำแหน่งเหมือนกัน บางตัวมีสร้อยสีเหลืองและมีเดือยเหมือนตัวผู้

สำหรับการประกวดไก่ตั้งไก่ต่อเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ที่อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ เป็นต้น แหล่งชุมชนจะจัดการประกวด “ไก่แจ้แข้งดำ” ซึ่งสมัยก่อนจัดประกวดกันในด้านลักษณะสวยงาม ปัจจุบันเริ่มประกวดประชันเสียงขัน สร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับเจ้าของและผู้ชมจำนวนมาก โดยไก่แจ้แข้งดำ ไม่ใช่ ไก่ชน แต่เป็นไก่แจ้ตัวน้อย ๆ ที่ชาวบ้านใช้เป็นไก่ต่อสำหรับล่อไก่ป่า ภายหลังนำมาร้องแข่งกันเลียนแบบการแข่งขันนกกรงหัวจุก มีสนามแข่งขันและกติกาเหมือนกันทุกประการ

การแข่งขันแบ่งเป็นยก เวลาในแต่ละยกไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ว่าจะตกลงกันไว้ก่อนอย่างไร เช่น จำนวน 4 ยก ยกละ 3 นาที โดยวัดจากขันน้ำอลูมิเนียมเจาะรูวางลอยในขวดโหลใส เมื่อขันน้ำจมลงก้นโหล เป็นสัญญาณหมดยก วิธีตัดสินแพ้ชนะจะนับจำนวนเสียงขัน ตัวไหนขันบ่อยกว่า คว้าชัยชนะ ส่วนเจ้าของก็คว้าไก่และรางวัลกลับบ้านไป เรียกว่าเป็นกิจกรรมความบันเทิงมากกว่าจะหวังเงินรางวัล แต่เป็นการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในทางอ้อม เป็นอาชีพเสริมของเกษตรกร เพิ่มรายได้ของครอบครัว ทั้งยังได้บริโภคทั้งเนื้อและไข่ เมื่อถึงฤดูกาลแข่งขันจะมีผู้คนอุ้มไก่ตัวโปรดมาร่วมแข่งขันเพื่อความบันเทิงเป็นจำนวนมาก

ไก่ชน

มวยเด็ด เกี่ยวอะไรกับหนวดเคราและเสรีภาพ

เห็นภาพหัวเรื่องแล้วหลายคนคงสงสัย ว่า “มวย หนวดเครา เสรีภาพ” ทั้ง 3 คำมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เรื่องนี้มีที่มาจาก “ประทีป สิงห์ นากรา” (Pardeep Singh Nagra) นักมวยที่เดินทางบรรยายไปอภิปรายในหลายประเทศทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่อง “กีฬาและสิทธิมนุษยชน” นอกจากจะเป็นนักมวยแล้ว ชายคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากมาย เขาเป็นผู้อำนวยฝ่ายบริหารของพิพิธภัณฑ์มรดกชาวซิกข์ของแคนาดาตั้งอยู่ที่แคว้นออนตาริโอ เป็นนักประวัติศาสตร์ นักวิจัย นักกีฬา นักพูดในที่สาธารณะและผู้สนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของโลก สมัยทศวรรษ 1990 เขาถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันมวยในแคนาดาเพราะไม่ยอมโกนหนวดเครา ตามความเชื่อของชาวซิกข์ ซึ่งขัดกับกฎเกณฑ์ของทั้งสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งแคนาดา (Canadian Amateur Boxing Association: CABA) แต่เขาไม่ยอมแพ้ ด้วยเหตุผลว่า มวยเด็ด เป็นกีฬาของมนุษยชาติ ไม่ควรปิดกั้นเสรีภาพของเขาในการไว้หนวดเคราจึงยื่นฟ้องต่อศาลแคนาดา ต่อมาศาลตัดสินให้เขาและชาวซิกข์คนอื่นๆ มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่ถึงอย่างไรก็ดี CABA ไม่ต้องการให้ผลเป็นไปตามคำพิพากษา จึงประกาศยกเลิกการแข่งขันคราวนั้นเสีย

เรื่องราวของนายประทีป สิงห์ นากรา กลายเป็นหนึ่งในตำนานของวงการ มวยเด็ด ที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก โดยเฉพาะในประเด็นประเพณีนิยมที่ให้ชายชาวซิกข์ต้องไว้หนวดเครา หรือประเด็นการไว้หนวดเคราที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เมื่อเร็วๆ นี้เรื่องราวของเขากำลังถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อเรื่อง “Tiger” บอกเล่าประสบการณ์ของนักมวยที่ปฏิเสธการโกนหนวดเคราในการยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน ถ่ายทอดโดยดาราเจ้าบทบาท มิคกี้ รูร์ค (Mickey Rourke) รับบทเป็นโค้ชนักมวยชื่อ Frank Donovan

ส่วนทีมดาราสมทบบทบาท ได้แก่ Janel Meilani Parrish นักแสดงและนักร้องสาวชาวอเมริกัน รับบท Charlotte เป็นทนายความ อีกคนคือ Marshall Manesh นักแสดงเชื้อสายอเมริกัน-อิหร่าน และคนสำคัญคือ Prem Singh นักแสดงชาวอินเดียที่ร่วมเขียนบทและแสดงนำเป็น Pardeep Nagra โดยมี 3 ค่ายบริษัทผลิตภาพยนตร์จับมือร่วมกันสร้างผลงาน ได้แก่ R3M Productions , Running Tiger Films และ Gold Pictures Prem Singh และนักแสดงอีกคนชื่อ Michael Puglies เป็นดาราจากภาพยนตร์ดังเรื่อง Nagra พวกเขาร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้นทุนการสร้างภาพยนตร์ราว 4 ล้านเหรียญ ก่อนจะนำบทมาส่งให้ถึงมือของรูร์คในขณะที่เขากำลังซ้อมมวยอยู่ที่โรงยิม แน่นอนว่าภาพยนตร์เป็นแนวดราม่า รับรองว่า มิคกี้ รูร์ค จัดเต็มสมกับที่เคยลุ้นชื่อเข้าชิงรางวัลแซกอวอร์ดและรางวัลออสการ์ จากผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Wrestler อีกทั้งอดีตช่วงวัยละอ่อนยังเริ่มต้นด้วยการเป็นนักมวยอาชีพมาก่อนในช่วงทศวรรษ 1990 ตรงกับยุคสมัยของนักมวยไว้เครานี้พอดี ไม่แน่ว่าหนังของเขาอาจจะกลายเป็น มวยเด็ด เข้าลุ้นออสการ์อีกครั้ง โดยมีกำหนดฉายต้นเดือนพฤศจิกายน ในนิวยอร์ก , ลอสแอนเจลิสและแคนาดา ลุ้นกันว่าหนังเข้าตาจริง ๆ ถึงจะมีโอกาสได้เข้าฉายในประเทศไทย