มวยเด็ด เกี่ยวอะไรกับหนวดเคราและเสรีภาพ

เห็นภาพหัวเรื่องแล้วหลายคนคงสงสัย ว่า “มวย หนวดเครา เสรีภาพ” ทั้ง 3 คำมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เรื่องนี้มีที่มาจาก “ประทีป สิงห์ นากรา” (Pardeep Singh Nagra) นักมวยที่เดินทางบรรยายไปอภิปรายในหลายประเทศทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่อง “กีฬาและสิทธิมนุษยชน” นอกจากจะเป็นนักมวยแล้ว ชายคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากมาย เขาเป็นผู้อำนวยฝ่ายบริหารของพิพิธภัณฑ์มรดกชาวซิกข์ของแคนาดาตั้งอยู่ที่แคว้นออนตาริโอ เป็นนักประวัติศาสตร์ นักวิจัย นักกีฬา นักพูดในที่สาธารณะและผู้สนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของโลก สมัยทศวรรษ 1990 เขาถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันมวยในแคนาดาเพราะไม่ยอมโกนหนวดเครา ตามความเชื่อของชาวซิกข์ ซึ่งขัดกับกฎเกณฑ์ของทั้งสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งแคนาดา (Canadian Amateur Boxing Association: CABA) แต่เขาไม่ยอมแพ้ ด้วยเหตุผลว่า มวยเด็ด เป็นกีฬาของมนุษยชาติ ไม่ควรปิดกั้นเสรีภาพของเขาในการไว้หนวดเคราจึงยื่นฟ้องต่อศาลแคนาดา ต่อมาศาลตัดสินให้เขาและชาวซิกข์คนอื่นๆ มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่ถึงอย่างไรก็ดี CABA ไม่ต้องการให้ผลเป็นไปตามคำพิพากษา จึงประกาศยกเลิกการแข่งขันคราวนั้นเสีย

เรื่องราวของนายประทีป สิงห์ นากรา กลายเป็นหนึ่งในตำนานของวงการ มวยเด็ด ที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก โดยเฉพาะในประเด็นประเพณีนิยมที่ให้ชายชาวซิกข์ต้องไว้หนวดเครา หรือประเด็นการไว้หนวดเคราที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เมื่อเร็วๆ นี้เรื่องราวของเขากำลังถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อเรื่อง “Tiger” บอกเล่าประสบการณ์ของนักมวยที่ปฏิเสธการโกนหนวดเคราในการยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน ถ่ายทอดโดยดาราเจ้าบทบาท มิคกี้ รูร์ค (Mickey Rourke) รับบทเป็นโค้ชนักมวยชื่อ Frank Donovan

ส่วนทีมดาราสมทบบทบาท ได้แก่ Janel Meilani Parrish นักแสดงและนักร้องสาวชาวอเมริกัน รับบท Charlotte เป็นทนายความ อีกคนคือ Marshall Manesh นักแสดงเชื้อสายอเมริกัน-อิหร่าน และคนสำคัญคือ Prem Singh นักแสดงชาวอินเดียที่ร่วมเขียนบทและแสดงนำเป็น Pardeep Nagra โดยมี 3 ค่ายบริษัทผลิตภาพยนตร์จับมือร่วมกันสร้างผลงาน ได้แก่ R3M Productions , Running Tiger Films และ Gold Pictures Prem Singh และนักแสดงอีกคนชื่อ Michael Puglies เป็นดาราจากภาพยนตร์ดังเรื่อง Nagra พวกเขาร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้นทุนการสร้างภาพยนตร์ราว 4 ล้านเหรียญ ก่อนจะนำบทมาส่งให้ถึงมือของรูร์คในขณะที่เขากำลังซ้อมมวยอยู่ที่โรงยิม แน่นอนว่าภาพยนตร์เป็นแนวดราม่า รับรองว่า มิคกี้ รูร์ค จัดเต็มสมกับที่เคยลุ้นชื่อเข้าชิงรางวัลแซกอวอร์ดและรางวัลออสการ์ จากผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Wrestler อีกทั้งอดีตช่วงวัยละอ่อนยังเริ่มต้นด้วยการเป็นนักมวยอาชีพมาก่อนในช่วงทศวรรษ 1990 ตรงกับยุคสมัยของนักมวยไว้เครานี้พอดี ไม่แน่ว่าหนังของเขาอาจจะกลายเป็น มวยเด็ด เข้าลุ้นออสการ์อีกครั้ง โดยมีกำหนดฉายต้นเดือนพฤศจิกายน ในนิวยอร์ก , ลอสแอนเจลิสและแคนาดา ลุ้นกันว่าหนังเข้าตาจริง ๆ ถึงจะมีโอกาสได้เข้าฉายในประเทศไทย